อะไรก็เกิดขึ้นได้!ฟานไดค์ยังไม่ยอมแพ้เรื่องลุ้นแชมป์ อะไรก็เกิดขึ้นได้!ฟานไดค์ยังไม่ยกธงขาวเรื่องลุ้นแชมป์ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลัง หงส์แดง ประกาศชัด ยังไม่ตัดใจจากการไล่ล่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก พร้อมกล่าวว่าแท้จริงตนมั่นใจว่า หงส์แดง ได้โอกาสที่จะชนะ เชลซี ได้เหมือนกัน ก่อนที่จะท้ายที่สุดจะได้เพียงแค่ผลเสมอกลับไปอยู่ที่บ้าน

    เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังคนมีชื่อเสียงของ หงส์แดง พูดว่าตนยังไม่ตัดใจจากการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงฤดูกาลนี้ หากแม้ "ลิเวอร์พูล" จะตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สูงถึง 11 คะแนนและจากนั้นก็ตาม

    ในนัดหมายปัจจุบัน หงส์แดง ออกไปเสมอกับ เชลซี 2-2 ถึงสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ จนกระทั่งทำให้พวกเขาเก็บเพิ่มเป็น 42 คะแนนจากการลงเล่น 20 นัดหมาย ซึ่งแม้ว่า หงส์แดง จะลงเล่นน้อยกว่า "เรือใบสีฟ้า" อยู่ 1 เกม แม้กระนั้นผู้คนจำนวนมากก็คิดว่ามันแทบไม่มีทางเป็นไปได้แล้วที่กลุ่มของผู้จัดการทีม พบร์เก้น คล็อปป์ จะไล่หลัง แมนฯ ซิตี้ ได้ทัน

    ฟาน ไดค์ เปิดเผยว่า "สำหรับคนนอกแล้วน่ะนี่เป็นเกมที่ดูแล้วรู้สึกสนุกสนาน แม้กระนั้นพวกเรามาตรงนี้โดยเป้าหมายจะได้ 3 แต้มกลับไป ซึ่งท้ายที่สุดพวกเราก็ทำไม่เสร็จ พวกเขามีกลุ่มที่สุดยอดก็จริง แต่ว่าพวกเราเองก็มีกลุ่มที่สุดยอดด้วยเหมือนกัน"

    "ในเกมนี้ผมมีความคิดว่าพวกเราพบกับเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันหลายตอน แต่ว่าพวกเราก็เล่นเกมรับแบบเป็นกลุ่มกันได้ดี พวกเราไม่ปลดปล่อยให้อีกข้างได้โอกาสทำแต้มง่ายเหลือเกิน ที่แท้ผมรู้สึกอยู่ตลอดว่าพวกเราได้โอกาสที่จะทำให้สกอร์เป็น 3-2 ได้ แต่ว่าท้ายที่สุดก็ไม่เกิดขึ้น"

    "การมีความเชื่อมันไม่เคยเกิดเรื่องยากอยู่แล้ว แน่ๆว่าช่องว่างมันเป็นจำนวนมากพวกเขา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) บางครั้งก็อาจจะจับแชมป์ไว้ในมือและได้ แม้กระนั้นมันก็ยังได้โอกาสที่จะเกิดเหตุได้หลายเรื่องแบบเดียวกัน พวกเราเคยอยู่ในเหตุการณ์อย่างงั้นมาแล้ว พวกเราเคยนำห่างคู่ปรับเป็นจำนวนมากแต่ว่าในที่สุดก็พลาดคุ้นเคยจนถึงทำให้แชมป์หลุดมือไป โดยเหตุนี้ก็จำเป็นต้องพูดว่าทุกๆอย่างมันยังเป็นได้ทั้งหมด"

    "พวกเราจะเน้นกับตัวเราเอง ส่วน เชลซี ก็จะย้ำกับการเล่นของพวกเขาเองเช่นเดียวกัน พวกเราก็แค่จำต้องทำให้พวกเราสำเร็จการประลองที่สมควร, เล่นบอลที่ดีให้ได้ แล้วก็เอาชนะให้ได้ แต่ แม้ว่ามันฟังมองเกิดเรื่องที่ทำเป็นกล้วยๆแต่ว่าอันที่จริงแล้วมันนับว่าเป็นงานยากพอสมควรอย่างที่พวกเรามองเห็นกันแล้วในวันนี้"