ไม่ตั้งรับแน่! มาโน่ ย้ำชัดไทยเดินหน้าอัดเวียดนามชู2 ธนวัฒน์มั่นอกมั่นใจเข้าชิง ไม่ตั้งรับแน่! มาโน่ ย้ำชัดไทยเดินหน้าอัดเวียดนามยก2 ธนวัฒน์มั่นใจเข้าชิง มาโน่ โพลกิ้ง ผู้จัดการทีมกลุ่มชาติไทยการันตีนำ 2-0 เกมยังไม่จบก็เลยประมาทมิได้ ลั่นไม่ให้สมาชิกรับเสมือนช่วงหลังเกมแรกแน่ พร้อมบ่งชัดถึงแม้ว่าจะมี VAR ก็มิได้ช่วยทำให้ผลวินิจฉัยแปรไปแถม “ช้างศึก” จะได้ยิงจุดลูกโทษใหม่ด้วย ระหว่างที่ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร เชื่อมั่นได้เข้ารอบชิงแน่ๆ

    เอเอฟเอฟ หรือ สมาพันธ์บอลอาเซียน จัดงานแถลงข่าวก่อนที่จะมีการชิงชัยบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 รอบรองชนะเลิศ เลกสอง คู่ระหว่าง กลุ่มชาติไทย กับ กลุ่มชาติเวียดนาม ช่วงวันที่ 25 เดือนธันวาคม 2564 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ในเกมแรก กลุ่มชาติไทย เอาชนะ เวียดนาม 2-0 จากการยิงสองประตูของ ชนาธิป สรขี้งกระสินธ์

    การแจ้งข่าวคราวนี้ ทางกลุ่มชาติไทยได้ส่ง มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าคนฝึกบอลชายกลุ่มชาติไทย และก็ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร มิดฟิลด์ตัวเก่งร่วมการแจ้งข่าว

    มาโน่ พูดว่า "เนื่องจากว่ามีเวลาเตรียมพร้อมกันเพียงแค่ 2 วัน อาจไม่อาจจะฝึกอะไรได้มาก จะเน้นย้ำหัวข้อการพินิจพิจารณาจากเกมแรก สิ่งที่ไทยทำเป็นดีแล้วก็อะไรที่จำต้องทำให้ดีกว่าเดิม สิ่งจำเป็นเป็นสกอร์นำ 2-0 เป็นสกอร์ที่อันตราย ถ้าหากว่าเวียดนามทำแต้มได้พวกเขาได้การเชื่อถือกลับมา ด้วยเหตุนั้นพวกเราควรมีสมาธิ ห้ามเสียประตูรวมทั้งเล่นแบบที่ทำเป็นดีในครึ่งแรกของเกมแรก ถ้าหากว่าทำคะแนนได้จะก่อให้เหนือกว่ามากขึ้น เพื่อจะผ่านไปสู่รอบชิงแชมป์ให้ได้"

    "ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยแฮปปี้กับช่วงหลังเท่าใด แต่ว่าเป็นเพราะเหตุว่าแท็คติกตนเองที่จะเน้นย้ำคอมแพคต์เกมมากเพิ่มขึ้น เลยทำให้โดนบีบคั้นอย่างมากจากเวียดนาม พวกเขาได้โอกาสบ่อยมากทั้งยังยิงชนคาน-ชนเสา พอๆกับว่าแผนที่วางไปไม่ค่อยสำเร็จเยอะแค่ไหนนักต้องเอามาเปลี่ยนแปลงในเกมนี้"

    "ในเรื่องของวีเออาร์ ถ้าหากจะมีผลให้บอลมันมีคุณภาพที่ดีนับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าจำต้องทำในแนวทางที่ถูกเสมือนอย่างลีกต่างชาติทำกัน ส่วนจากเกมแรกที่มีคอมเมนต์ แฟนเวียดนามเยอะมาก ผมมีความคิดว่าถึงแม้ว่าจะมีวีเออาร์ ผลของการวินิจฉัยจะออกมาแบบเดิม มิได้ช่วยทำให้ผลวินิจฉัยมันแปรไป นอกจากนั้นถ้าหากเอ๋ยถึงวีเออาร์ไทยควรได้ยิงจุดลูกโทษใหม่ด้วยเพราะว่าผู้เฝ้าประตูเวียดนามมิได้ยืนบนเส้น อย่างไรก็แล้วแต่ไม่อยากที่จะให้ไปจุดโฟกัสกับการวินิจฉัยของผู้ตัดสิน เนื่องจากว่าในเกมมีหลายแบบให้พินิจพิจารณาเยอะแยะแล้วก็มีสมาธิกับเกมดีมากกว่า"

    "ตนไม่คิดว่าไทยกับเวียดนามคนไหนมีคุณภาพดีมากยิ่งกว่ากัน เนื่องจากทั้งคู่กลุ่มมีกลุ่มที่ดี ทรัพยากรนักฟุตบอลที่ดี และมีแนวทางการเล่นที่แจ่มชัด ส่วนชนาธิปนั้นพวกเรากตัญญูภาพของเขาอย่างดีเยี่ยมและก็ทำผลงานเจริญมากมายๆในเกมแรก เป็นการดีที่มีชนาธิปอยู่ในกลุ่ม และก็หวังว่าจะทำผลงานได้ดิบได้ดีอีกในเกมนัดหมายลำดับที่สอง ซึ่งจะเป็นเกมที่ยาก ต้องเล่นเป็นกลุ่มให้ได้ตลอด 90 นาที แต่ว่าอย่างที่บอกไว้ว่ามันเป็นเกมที่อันตรายแล้วก็ควรจะมีสมาธิให้ได้"

    "แนวทางเล่นของเวียดนามมีความคิดว่าจะต่างออกไปจากครั้งแรก เนื่องจากช่วงนี้สกอร์มันเริ่มที่ไทยนำอยู่ 2-0 รู้สึกว่าเวียดนามคงจะใช้แผนเหมือนกันในช่วงหลัง ดันวิงแบ๊กขึ้นมาบุกมากยิ่งขึ้นและจากนั้นก็ขยับเหวียน กวง ไฮ เข้ามากึ่งกลางมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกลุ่มไทยก็จำต้องมาพินิจพิจารณาในแต่ละจุดให้ดี กับติวผู้ร่วมทีมให้จัดการกับทุกระบบที่เวียดนามจะใช้ได้ ยิ่งกว่านั้นจะกลับมาเล่นในแบบตนเองราวกับเกมครึ่งแรกที่ทำเป็นดี ไม่แพ็คเกมรับมากเกินความจำเป็นแบบในช่วงหลังแล้ว"

    ด้าน ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร มิดฟิลด์กลุ่มชาติไทย บอกว่า "ทุกคนในกลุ่มมีความแน่ใจมากมายๆแม้กระนั้นก็มั่นใจว่าเกมลำดับที่สองจะยากแน่ๆ อย่างไรก็ดีแน่ใจว่ากลุ่มนั้นมีคุณภาพที่ดีที่จะผ่านไปสู่รอบชิงแชมป์ได้"

    โปรแกรมนัดหมายถัดไป กลุ่มชาติไทย จะเจอกับ กลุ่มชาติเวียดนาม ในรอบรองชนะเลิศของศึกชิงชนะเลิศอาเซียน โดยนัดหมายลำดับที่สองจะแข่งในวันที่ 26 เดือนธันวาคม 2564 ถ่ายทอดสดทาง CH7 HD และก็ AIS Play